เรื่องเล่าจากเนปาล ตอนที่ 3 : ถอดบทเรียนภารกิจทีมแพทย์ไทย

นายแพทย์รัฐระวี พัฒนรัตนโมฬี, แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลขอนแก่น









ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ไม่แพ้ชาติอื่นในโลก







ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ยังคงมีพระมหากษัตริย์ในระบบการปกครอง และเป็นหนึ่งในประเทศที่ระบบกษัตริย์ยังคงได้รับการเทิดทูนจากประชาชน โดยไม่เกี่ยวว่าประเทศจะเจริญเป็นประชาธิปไตยมากแค่ไหนหรือประชาชนจะมีการศึกษาสูงแค่ไหน อย่างไรก็ดีปวงชนชาวไทยยังคงเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์  ยิ่งประชาชนมีความรู้มากยิ่งเข้าใจในพระราชกรณียกิจของพระองค์ว่าทรงทำเพื่อประชาชนจริงๆ ไม่ได้หวังแค่ให้ประชาชนชื่มชม โครงการและแนวคิดหลายอย่างนั้นเน้นความมั่นคงระยะยาวไม่ได้แค่โฆษณาเพื่อเรียกความนับถือชื่นชม ยกตัวอย่าง แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง หลักปรัชญานี้เน้นการเพิ่งพิงหลักด้วยตนเองและธรรมชาติทรัพยากรที่มีอยู่รายล้อมตัวเรา ซึ่งหลักตรงนี้จากที่ผมได้สัมผัสกับการดำรงชีวิตของชาวเนปาลซึ่งส่วนมากดำรงชีวิตกับธรรมชาติ ทำการเกษตรแบบอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมี ปลูกไว้กิน เหลือก็ขาย ด้วยลักษณะการดำรงชีวิตแบบนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว จากข่าวที่ได้ทราบมา ทางประเทศเนปาลไม่ได้ขาดแคลนอาหารเลยจนกระทั่งรัฐบาลเนปาลต้องออกแถลงการณ์ของดรับการบริจาคอาหาร ประชาชนของเขาสามารถดำรงชีวิตอยู่กินกับธรรมชาติได้ เปรียบเทียบกับประเทศไทยที่ปัจจุบันความเจริญของประเทศพาทุกคนเข้าสู่สังคมเมือง อาศัยการผลิตอาหารจากระบบเกษตรอุตสาหกรรมที่มีไม่กี่บริษัททำกิจการ หลายคนขาดทักษะในการอาศัยอยู่กับธรรมชาติแล้ว ดังนั้นถ้าเกิดภัยธรรมชาติใดๆก็ตามสิ่งที่ขาดแคลนคืออาหาร ที่ต้องอาศัยอาหารกระป๋องที่ต้องรอบริจาคต้องรอขนส่งและบางครั้งก็เน่าเสีย


ภัยพิบัติจากธรรมชาติกำลังค่อยๆคืบคลานมาเนื่องจากภาะภูมิอากาศของโลกที่เปลี่ยนไป
พวกเราชาวไทยพร้อมหรือยังสำหรับการเผชิญกับภัยพิบัติ ?






เด็กๆผู้เป็นความหวังแก่ประเทศ







ปัญหาด้านการศึกษา พบในทุกประเทศที่กำลังพัฒนา พื้นฐานปัจจัยสี่ ที่จำเป็นในการดำรงชีวิตนั้น เด็กๆในประเทศเนปาลยังขาดในหลายๆ เรื่อง สาเหตุที่ขาดก็คงต้องขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ที่มีส่วนในการจัดหาพื้นฐานเหล่านี้ให้เด็กๆ แต่ด้วยพื้นฐานการศึกษาและความเชื่อดั้งเดิมทำให้การเปิดใจรับวิทยาการใหม่ๆ นั้นออกจะยากอยู่พอควร อย่างไรก็ดีเด็กๆในวันนี้คือผู้ใหญ่ที่จะไปพัฒนาประเทศในวันข้างหน้า โรงเรียนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการที่จะพัฒนาเด็กๆให้สามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาประเทศได้ รัฐบาลในทุกประเทศ ควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ให้มาก
         ที่ประเทศเนปาลด้วยความเชื่อว่าการศึกษาเป็นของสูงดังนั้นโรงเรียนจึงตั้งอยู่บนภูเขาเท่านั้น
เด็กๆต้องออกเดินเท้าจากในชุมชนเพื่อขึ้นเขาไปเรียนเด็กๆเดินทุกวันจนคิดว่าเป็นเรื่อง ธรรมดาแต่ผู้ใหญ่แบบเราเดินถ้าเดินถึงโรงเรียนคงหมดแรงเรียนเลย เนื่องจากภูมิประเทศของโรงเรียนอยู่บนเขา โรงเรียนต้องปิดเทอมหน้าฝนเพราะเด็กๆขึ้นเขาลำบาก จะเริ่มเรียน
10.00-15.00 และไม่มีพักกลางวัน หมายถึงเด็กชาวเนปาลไม่มีมื้ออาหารกลางวันครับ นมโรงเรียนก็ไม่มี แม้แต่น้ำดื่ิ่มสะอาดก็ไม่มี เมื่อพวกเราทราบปัญหาดังกล่าวจึงหาวิธีช่วยแก้ไขบ้างเรื่องที่สามารถทำได้โดยที่ต้องไม่ทิ้งปัญหาไว้ให้ผู้บริหารโรงเรียนต้องเจอต่อไป จึงมีโครงการระบบกรองน้ำภูเขาเพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาให้กับพื้นที่อื่นๆต่อไปเนื่องจากระบบกรองนี้ไม่ได้ใช้ไฟฟ้าใช้แต่แรงโน้มถ่วงตามธรรมชาติซึ่งน้ำภูเขาไหลลงมาจากที่สูงอยู่แล้ว

กลับมามองประเทศไทย ชาวไทยที่อาศัยบนภูเขาห่างไกลบางแห่งก็คงมีคุณภาพชีวิตคล้ายๆนี้ แต่บุญของชาวไทยที่มีกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์หลายพระองค์ที่ใส่ใจดูแลปัญหาเหล่านี้ พวกเราคนไทยก็ควรมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กๆของประเทศเพื่อความเจริญของประเทสต่อไป ถ้ามีโอกาสลงแรงก็ไปทำ ถ้ามีเงินเหลือใช้ก็ร่วมบริจาคบ้างตามกำลัง อาจเริ่มจากงดการไปรับประทานอาหารตามโรงแรมหรือภัตคาร ท่านทราบไหมว่าเงินค่าอาหาร 1 มื้อ สามารถจ่ายค่าเล่าเรียนของเด็กชาวเนปาลได้ 1 ปี ขณะนี้ผู้เขียนก็งดไปรับประทานอาหารตามโรงแรมแล้วเพื่อให้มีเงินมาบริจาคมากขึ้น ผมเชื่อว่าเมื่อทุกคนทราบว่าเงินที่เรามองว่าจำนวนน้อยนิดนั้นมีค่ากับเด็กๆขนาดไหน ท่านคงไม่นึกเสียดายเลยที่จะบริจาค

ดังเห็นได้จากครั้งนั้ที่ชาวสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่นที่พวกเราประชาสัมพันธ์การบริจาคไปจึงได้รับความช่วยเหลืออย่างล้นหลามมากเกินความคาดหมาย สามารถทำโครงการเพิ่มได้มากกว่าเป้าหมายอีก2-3 โครงการ



 


      

  


 การเตรียมการและการตระหนักถึงความสำคัญในการเตรียมรับภัยพิบัติ






              ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ ต้องมีความสูญเสียที่มากเกินบรรยายได้ ความสูญเสียนั้นส่งผลต่อกาย ใจ สังคมและประเทศ ดังนั้นการตอบโต้ที่เหมาะสมทั้งทางมหาดไทย การแพทย์และระดับชุมชนนั้น จะช่วยลดความสูญเสียหรือความรุนแรง และช่วยให้ทุกคนฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ประเทศไทยนั้นประสบภัยพิบัติครั้งใหญ่คือ สึนามิที่ภาคใต้ของประเทศไทย ครั้งนั้นก็เกิดความสูญเสีย ความโกลาหล จนเกิดแนวทางพัฒนาระบบป้องกันและเฝ้าระวังตามชายฝั่ง แต่ความเสี่ยงด้านอื่นๆที่มีนั้นได้มีการเตรียมการรึยัง บ่อยครั้งที่เราชอบทำเหมือน วัวหายล้อมคอกซึ่งไม่คุ้มเลยกับความสูญเสีย  ทีมการแพทย์ที่ต้องเข้าเผชิญเหตุร่วมกับหน่วยอิ่นๆที่รับผิดชอบในด้านภัยพิบัติ ต้องสำรวจตนเองว่าพร้อมหรือยัง คน ของ แนวทางพร้อมหรือไม่ ซ้อมจนเข้าใจและปฏิบัติได้รึยัง  ให้ตระหนักไว้ว่าเราเป็นความหวังและโอกาสรอดของประชาชนรวมถึงครอบครัวของเราด้วย ถ้าระบบตรงนี้เข้มแข็งคนที่รับประโยชน์คือคนที่เรารักด้วย อย่าเหนื่อย อย่าท้อ บางครั้งบางคนอาจยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เราทำ ขอให้ทุกท่านยึดมั่นในสิ่งที่เราเล่าเรียนมาและแนวทางที่พัฒนาร่วมกันอย่างบูรณาการ เมื่อเกิดเหตุวันใด วันนั้นจะเป็นโอกาสที่ทุกคนจะเข้าใจถึงงานที่เราได้ตรากตรำทำจนทุกวันนี้  

   













แผนกอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน โรงพยาบาลขอนแก่น ชั้น 1 อาคารสิรินธร เลขที่ 54-56 ถ.ศรีจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
หมายเลขโทรศัพท์ 043-336789 ต่อ 1200,1203,1204    web master : Emkkhwebmaster@Gmail.com